1. ชื่อสมุนไพร ชุมเห็ดไทย
ชื่อวิทยาศาสตร์Senna tora (L.) Roxb..
ชื่อวงศ์ FABACEAE (LEGUMINOSAE)-CAESALPINIOIDEAE
ชื่อพ้อง Cassia tora Linn.
ชื่ออังกฤษ Foetid cassia, Sickle senna
ชื่อท้องถิ่น กิเกีย, ชุมเห็ดควาย, ชุมเห็ดนา, ชุมเห็ดเล็ก, พรมดาน, ลับมืนน้อย, หญ้าลึกลืน,
หน่อปะหน่าเหน่อ
2. ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบประกอบแบบขนนก เรียงสลับ ใบย่อยมี 3 คู่ รูปไข่กลับ ปลายกลมโคนสอบกลม ดอกช่อ ออกตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ช่อละ 2-4 ดอก กลีบดอกสีเหลือง รูปไข่กลับปลายกลม แต่ละกลีบขนาดไม่เท่ากัน ผลเป็นฝักรูปทรงกระบอก ค่อนข้างโค้ง เมล็ดรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
3. ส่วนที่ใช้เป็นยาและสรรพคุณ
- ใบ, เมล็ด ยาระบาย
4. สารสำคัญที่เป็นสารออกฤทธิ์
ชุมเห็ดไทยมีสาร anthraquinone glycoside มีฤทธิ์เป็นยาถ่าย สาร aloe-emodin และ 1,8-dihydroxy-3(hydroxymethyl)-anthraquinone มีฤทธิ์เป็นยาระบาย
5. ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
5.1 ฤทธิ์กระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้
สารสกัดใบชุมเห็ดไทยด้วยเมทานอลเมื่อนำมาทดสอบกับการบีบตัวของลำไส้เล็กพบว่า มีฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบลำไส้เล็กส่วนปลาย (ileum) ของหนูตะเภา และลำไส้เล็กส่วนกลาง (jejunum) ของกระต่าย
5.2 ฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย
สารสกัดใบและเมล็ดชุมเห็ดไทย ด้วยไดเอทิลอีเทอร์ อะซิโตน เอทิลแอลกอฮอล์ และน้ำ เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli, Bacillus subtilis พบว่าสารสกัดใบชุมเห็ดไทยไม่สามารถต้านเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวได้ ในขณะที่สารสกัดเมล็ดชุมเห็ดไทยสามารถต้านเชื้อ B. Subtilis ได้ปานกลาง แต่ไม่มีผลต่อเชื้อ E. Coli สารสกัดน้ำของใบชุมเห็ดไทยความเข้มข้น 200 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย E. Coli พบว่ามีฤทธิ์ต้านเชื้อดังกล่าวได้เล็กน้อย เมื่อเทียบกับยาปฏิชีวนะ gentimicin 200 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร สารสกัดน้ำเมล็ดชุมเห็ดไทย เมื่อนำมาทดสอบกับเชื้อ E. coli ที่เป็นสาเหตุให้ลูกหมูท้องเสีย ในจานเพาะเลี้ยงเชื้อ พบว่าสามารถยับยั้งเชื้อดังกล่าวได้โดยใช้ความเข้มข้นมากกว่า 20.8 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร สาร quinizarin จากเมล็ดชุมเห็ดไทย ความเข้มข้น 1 มิลลิกรัม/แผ่น มีฤทธิ์ยับยั้งอย่างแรงต่อเชื้อแบคทีเรีย Clostridium perfringens ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียเนื่องจากอาหารเป็นพิษ แต่ไม่มีผลต่อเชื้อแบคทีเรีย Bifidobacterium adolescentis, B. bifidum, B. longum และ Lactobacillus casei ที่อยู่ในลำไส้ของคน
5.3 ฤทธิ์ต้านเชื้อรา
สารสกัดหยาบของใบชุมเห็ดไทยด้วยเมทานอล เมื่อนำมาทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อรา 3 ชนิด ที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนัง Microsporum gypseum, Trichophyton rubrum และ Penicillium marneffei พบว่าความเข้มข้นที่ยับยั้งการเจริญของเส้นใยราได้ 50% (IC50) เท่ากับ 1.8, 1.2, 1.8 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ และค่า IC50 ต่อการงอกของ macrocondia ของเชื้อ M. gypseum มีค่าเท่ากับ 4.1 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ซึ่งจากการศึกษาด้วยกล้องจุลทรรศน์ชนิดส่องกราด พบว่าสารสกัดใบชุมเห็ดไทยทำให้เส้นใยรา และ macrocondia มีลักษณะผิดปกติ หดตัว และเหี่ยวย่น สารสกัดใบชุมเห็ดไทยด้วย 90% เมทานอล ความเข้มข้น 100, 200, 300 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร พบว่าสารสกัดดังกล่าวสามารถต้านเชื้อรา T.mentagophytes ที่ทำให้เกิดโรคกลาก เกลื้อน โดยยับยั้งการสร้างสปอร์ของเชื้อดังกล่าวได้ เท่ากับ 68.40 ± 9.4, 73.90 ± 9.8, 88.50 ± 9.7 % เมื่อเทียบกับยามาตรฐาน griseofulvin 1,000 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ที่สามารถยับยั้งการสร้างสปอร์ของเชื้อราได้ 87.55 ± 10.5 % ซึ่งจะเห็นได้ว่าสารสกัดใบชุมเห็ดไทยที่ความเข้มข้น 300 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ให้ผลดีที่สุด
สารสกัดชุมเห็ดไทยด้วยคลอโรฟอร์ม ความเข้มข้น 100 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร สารแอน ทราควิโนนกลัยโคไซด์ สามารถต้านเชื้อรา T.Mentagophytes, T. granulosum, T. rubrum และ M. gypseum ได้ แต่ไม่มีผลต่อเชื้อ Epidermophyton floccosum
5.4 ฤทธิ์ต้านยีสต์
สารสกัดใบชุมเห็ดไทยด้วย 90% เมทานอล ความเข้มข้น 100, 200, 300 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร พบว่าสารสกัดดังกล่าวสามารถต้านยีสต์ Candida albicans ได้ เท่ากับ 78.23 ± 10.5, 87.52 ± 9.4, 95.30 ± 11.2 % เมื่อเทียบกับยามาตรฐาน griseofulvin 1,000 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ที่สามารถยับยั้งการสร้างสปอร์ได้ 96.70 ± 8.9 % ซึ่งจะเห็นได้ว่าสารสกัดใบชุมเห็ดไทยที่ความเข้มข้น 300 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ให้ผลดีที่สุด แต่สารสกัดชุมเห็ดไทยด้วยคลอโรฟอร์ม ความเข้มข้น 100 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ไม่สามารถต้านเชื้อ C. albicans ได้
6. อาการข้างเคียง
ไม่มีข้อมูล
7. ความเป็นพิษทั่วไป
7.1 การทดสอบความเป็นพิษ
สารสกัดใบชุมเห็ดไทย ขนาด 10, 100, 1,000, 1,500 และ 2,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัม เมื่อป้อนหรือฉีดเข้าทางช่องท้องหนูเม้าส์ ไม่พบอาการผิดปกติใดๆภายใน 24 ชั่วโมง เมื่อฉีดสารสกัดเมล็ดด้วยแอลกอฮอล์ 50% เข้าช่องท้องของหนูเม้าส์ พบว่ามีพิษสูงมาก เมื่อผสมสารสกัดจากเมล็ดแห้งในอาหารให้หนูกิน พบว่าทำให้น้ำหนักตัวลด
8. วิธีการใช้
8.1 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข (สาธารณสุขมูลฐาน)
ใช้เมล็ดแห้งคั่ว 2 ช้อนคาว ถึง 2 1/2 ช้อนคาว ต้มหรือชงน้ำร้อนดื่ม รักษาอาการท้องผูก
8.2 ยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ
ไม่มี
ขอบคุณข้อมูล :
สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
เบญจเฮิร์บ สมุนไพร